วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันค่ะ

                                                                           
จัดทำโดย
นางสาวตัซลีฮา หะยีสะนิ
เอกคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 1
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา


ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog นี้ค่ะ

สรุปความรู้ที่ได้รับจากรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน

   เรียนวิชานี้แล้วได้รับความรู้หลายๆอย่างเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการค้นหาข้อมูลแบบรวดเร็วหายังไง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น เราสามารถสร้างบล็อกเป็ืืืนของตัวเอง และเรายังรู้ถึงจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกวิธีเราจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำให้ผู้คนยอมรับในสังคม และเรายังสามารถเอาความรู้มาช่วยสอนน้องๆทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และเราสามารถประยุกต์ใช้เมื่อเราต้องการซื้อโน๊ตบุ๊ก เราใช้ความรู้เกี่ยวกับวิชานี้เราสามารถซื้อโน๊ตบุ๊กที่มีราคาพอเหมาะกัับเรา ไม่ซื้อที่มีราคาแพงเกินความสามารถของตน



 เรามารู้จักยุคของคอมพิวเตอร์และข้อดีข้อเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์กันดีกว่า..........
                                                             
                                           ยุคของคอมพิวเตอร์

ยุคของคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งได้เป็น 5 ยุค ดังนี้ คือ
คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1
อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2501 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง จึงมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อย ถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)
                                             
                                               มาร์ค วัน
                                                                               
                                                                                                 
                                              อินิแอค
                                                                                     
                                                                     
                                               ยูนิแวค
                                                           



คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2
คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้น โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3
 คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่าง ๆ ทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง
                                                                                                     

                                                             

คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4
คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก(Very Large Scale Integration : VLSI) เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมากทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง

                                                                       


คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5
คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง
                                                                                                         



                             ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีของเครื่องคอมพิวเตอร์
    1. ความเร็วสูง
    2.ความถูกต้องแม่นยำและน่าเชื่อถือ
    3. ความสามารถในการจำหรือรักษา
    4. การประหยัด
    5. การใช้งานได้อีกหลายๆด้าน

ข้อเสียของคอมพิวเตอร์
    1. ทำให้ความสัมพันธ์ของมนุษย์เสื่อมลง
    2. ทำให้เกิดความขัดแย้ง
    3. ทำให้เกิดความเสี่ยงในด้านข้อมูล
    4.ทำให้เกิดการแพร่วัฒนธรรมอันไม่พึงประสงค์